Blog
ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้: ความมั่นคงทางอาหารเริ่มที่หน้าบ้าน (ตู้เย็นธรรมชาติ เปิดกินได้ 24 ชม.)
นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้: ความมั่นคงทางอาหารเริ่มที่หน้าบ้าน” เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการพึ่งพาตนเองครับ และเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคข้าวยากหมากแพงครับ
Playlist: 👑 King’s Wisdom: ศาสตร์พระราชา & เกษตรทฤษฎีใหม่
ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย
“จะกินกะเพราที ต้องขับรถไปตลาด… ซื้อมา 10 บาท ใช้ 2 ใบ ที่เหลือเน่าคาตู้เย็น”
พี่น้องครับ เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? หรือบางทีไปตลาด เจอผักแพงช่วงเทศกาล กำละ 20-30 บาท แถมยังต้องมานั่งกังวลเรื่องยาฆ่าแมลงอีก
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงมองการณ์ไกลมากครับ ท่านตรัสเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” (Food Security) มานานแล้ว หลายคนนึกว่าต้องเป็นเรื่องระดับชาติ แต่จริงๆ แล้ว มันเริ่มที่ “รั้วบ้านเรา” นี่แหละครับ
ถ้าเรามี “ผักสวนครัวรั้วกินได้” ต่อให้ปิดตลาด หรือน้ำท่วม เราก็ไม่อดตาย แถมมีเงินเหลือเก็บอีกต่างหาก วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพามาสร้าง “Supermarket ส่วนตัว” ที่หน้าบ้านกันครับ!
🏡 1. ทำไมต้อง “รั้วกินได้”?
คำว่า “รั้วกินได้” ไม่ได้หมายความว่าให้ไปแทะรั้วนะครับ! แต่หมายถึงการใช้พื้นที่ริมรั้ว หรือพื้นที่ว่างรอบบ้าน ปลูกผักที่เรากินบ่อยๆ
หลักคิดง่ายๆ:
-
ปลูกสิ่งที่กิน: ชอบกินกะเพรา ปลูกกะเพรา ชอบกินพริก ปลูกพริก (อย่าปลูกตามกระแส)
-
กินสิ่งที่ปลูก: เมนูอาหารในแต่ละวัน กำหนดจากผักที่เรามี ไม่ต้องไปวิ่งหาซื้อ
🌱 2. เริ่มต้นยังไง? (สูตร 3 ระยะ)
ไม่ต้องรอมีที่ดิน 1 ไร่นะครับ มีแค่ระเบียงคอนโด หรือกระถางหน้าทาวน์เฮาส์ก็ทำได้ แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ครับ:
ระยะสั้น (คู่ครัวต้องมี):
กลุ่มนี้คือ “เครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน” ขาดไม่ได้ ต้องใช้ทุกวัน
-
พริก, กะเพรา, โหระพา, แมงลัก: ปลูกใส่กระถางตั้งไว้เลยครับ เด็ดสดๆ หอมกว่าซื้อตลาดเยอะ
-
ต้นหอม, ผักชี: ใช้รากที่ซื้อมาจากตลาด จิ้มลงดิน รดน้ำ เดี๋ยวก็แตกใบใหม่ให้กินครับ
ระยะกลาง (เก็บกินอิ่มท้อง):
-
ผักบุ้ง, คะน้า, กวางตุ้ง: พวกนี้โตไว 20-30 วันก็ได้กินแล้ว ปลูกในกระบะโฟมหรือขวดพลาสติกเก่าก็ได้
-
มะเขือเปราะ, มะเขือเทศ: ปลูกริมรั้ว ปล่อยให้โต ออกลูกทีนึงกินไม่ทันเลยครับ
ระยะยาว (ไม้เลื้อย/รั้วกินได้):
-
ตำลึง: ราชินีรั้วกินได้ ขึ้นง่าย ตายยาก ยิ่งเด็ดยิ่งแตกยอด
-
บวบ, ถั่วฝักยาว, อัญชัน: ปล่อยให้เลื้อยไปตามรั้วบ้าน ช่วยบังสายตาคนภายนอกได้ แถมได้ร่มเงา และได้อาหารด้วย
💰 3. ความคุ้มค่าที่คาดไม่ถึง
ลองคำนวณเล่นๆ นะครับ:
-
ค่าพริก 10 บาท
-
ค่ากะเพรา 10 บาท
-
ค่ามะนาว 5 บาท
-
ค่าตะไคร้/ข่า 10 บาท
รวมๆ แล้วมื้อหนึ่งเราจ่ายค่าผักเครื่องปรุงไป 30-40 บาท… ถ้าเราปลูกเอง ปีหนึ่งเราประหยัดเงินได้เป็นพันเป็นหมื่นบาทนะครับ! ที่สำคัญคือ “สุขภาพ” ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะเรารู้ดีว่าผักเราไม่ได้ฉีดยา
🤝 4. ศาสตร์พระราชา: ยิ่งให้…ยิ่งได้รับ
เมื่อเราปลูกจนกินไม่ทัน ทำยังไงครับ?
“แจกครับ”
แบ่งปันเพื่อนบ้าน แบ่งปันญาติพี่น้อง สิ่งที่ได้กลับมาคือ “น้ำใจ” และ “มิตรภาพ” นี่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคม” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
วันหน้าเราขาดเหลืออะไร เพื่อนบ้านเขาก็พร้อมจะช่วยเหลือเรา นี่แหละครับคือความมั่นคงที่แท้จริง
📝 บทสรุป: ตู้เย็นที่มีชีวิต
การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ไม่ใช่แค่การประหยัดตังค์ แต่มันคือการ “ดึงอำนาจการกิน” กลับมาอยู่ที่มือเราครับ เราเลือกได้ว่าจะกินอะไร จะใส่ปุ๋ยอะไร
เริ่มวันนี้เลยครับ… แค่พริก 1 ต้น กะเพรา 1 กระถาง ท่านก็มี “ตู้เย็นธรรมชาติ” ที่เปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียค่าไฟแล้วครับ!
“เศรษฐกิจพอเพียง… เริ่มต้นที่การพึ่งพาตนเองได้ในระดับครัวเรือนครับ”
“การปลูกผักสวนครัว… เป็นการลดรายจ่าย และทำให้มีอาหารบริโภคที่ปลอดภัย” — หลักการพึ่งพาตนเอง
ถ้าบทความนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านอยากลุกไปขุดดิน ฝากกดแชร์และคอมเมนต์บอกหน่อยนะครับว่า “ผักชนิดแรกที่จะปลูกคืออะไร?”
