ขั้น “เครือข่าย”: รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย | สู่ความยั่งยืนระดับมหภาค

0

นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “ขั้น ‘เครือข่าย’: รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย” ซึ่งเป็นบทสรุปของเกษตรทฤษฎีใหม่ (ขั้นที่ 3) ที่จะยกระดับชุมชนเกษตรกรให้แข็งแกร่งระดับประเทศครับ


Playlist: 👑 King’s Wisdom: ศาสตร์พระราชา & เกษตรทฤษฎีใหม่
ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย


“ไม้ซีกงัดไม้ซุงไม่ไหว… เกษตรกรตัวคนเดียวหรือจะไปสู้กลไกตลาดโลกได้?”

นี่คือความจริงที่เจ็บปวดครับ แม้เราจะทำเกษตรจน “พึ่งพาตนเองได้” (ขั้นที่ 1) และ “รวมกลุ่มกันแปรรูป/ขาย” ในชุมชนได้แล้ว (ขั้นที่ 2) แต่โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และโหดร้าย ทั้งปัญหาราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยธนาคาร หรือนโยบายการค้าระหว่างประเทศ สิ่งเหล่านี้คลื่นลูกใหญ่ที่พร้อมจะซัดเรือลำเล็กๆ ของเราให้ล่มได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น เกษตรทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 3 หรือขั้นสูงสุด จึงเป็นเรื่องของการสร้าง “เครือข่าย” (Networking)

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมองการณ์ไกลว่า ลำพังแค่ชุมชนเดียวยังไม่พอ ต้องมีการเชื่อมโยงออกไปหา “พันธมิตรภายนอก” ทั้งแหล่งเงินทุนและแหล่งพลังงาน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองที่แท้จริง

วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพามาดูวิชาตัวเบาขั้นสุดท้าย ที่จะทำให้เกษตรกรไทยยืนท้าลมฝนได้อย่างไม่เกรงกลัวใคร ด้วยพลังแห่งเครือข่ายครับ!


🌐 เครือข่ายคืออะไร? (ต่างจากรวมกลุ่มยังไง?)

หลายคนสับสนระหว่าง “ขั้นที่ 2 (รวมกลุ่ม)” กับ “ขั้นที่ 3 (เครือข่าย)”

  • ขั้นที่ 2 (รวมกลุ่ม): คือคนในหมู่บ้านเดียวกัน มารวมตัวกันตั้งสหกรณ์ เพื่อผลิตและขาย (เน้นภายใน)

  • ขั้นที่ 3 (เครือข่าย): คือการพา “กลุ่ม” ของเรา ออกไปจับมือกับ “องค์กรภายนอก” (เน้นภายนอก)

เป้าหมายคือการหาพันธมิตร 2 กลุ่มใหญ่:

  1. แหล่งเงินทุน: ธนาคาร, บริษัทไฟแนนซ์

  2. แหล่งพลังงาน/ปัจจัยการผลิต: ปั๊มน้ำมัน, โรงงานปุ๋ย, บริษัทขายเครื่องจักร


🐜 พลังแห่งมดงาน: “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย”

ทำไมต้องเชื่อมโยงกับคนอื่น? ลองดูสมการนี้ครับ:

  1. อำนาจในการ “ซื้อ” (Bargaining Power to Buy)

    • ซื้อคนเดียว: ซื้อปุ๋ย 1 กระสอบ ราคา 1,000 บาท

    • ซื้อเป็นเครือข่าย: รวมกัน 10 หมู่บ้าน สั่งซื้อทีเดียว 10,000 กระสอบ เราสามารถต่อรองกับโรงงานปุ๋ยโดยตรงได้ อาจเหลือกระสอบละ 700 บาท (ต้นทุนลดทันที!)

  2. อำนาจในการ “ขาย” (Bargaining Power to Sell)

    • ขายคนเดียว: เอาข้าวไปขายโรงสี เขาให้เท่าไหร่ก็ต้องเอา

    • ขายเป็นเครือข่าย: เรามีข้าวรวมกัน 1,000 ตัน เราสามารถเดินไปคุยกับ “บริษัทส่งออก” หรือ “ห้างสรรพสินค้า” ได้โดยตรง ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป กำไรก็เข้ากระเป๋าเกษตรกรเต็มๆ


🤝 วิธีสร้างเครือข่ายแบบ “ศาสตร์พระราชา”

พระองค์ทรงแนะแนวทางในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win Situation) ดังนี้:

1. เชื่อมโยงกับ “แหล่งทุน” (ธนาคาร)

กลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ควรเจรจากับธนาคาร (เช่น ธ.ก.ส.) เพื่อขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือตั้ง “ธนาคารหมู่บ้าน”

  • ประโยชน์: เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนโดยไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบ และธนาคารก็ได้ลูกค้าชั้นดีที่มีเครดิต (เพราะกลุ่มช่วยค้ำประกัน)

2. เชื่อมโยงกับ “แหล่งพลังงาน” (บริษัทน้ำมัน)

ติดต่อบริษัทพลังงานเพื่อตั้ง “ปั๊มน้ำมันชุมชน” หรือโรงไฟฟ้าชีวมวล

  • ประโยชน์: เกษตรกรได้เติมน้ำมันราคาถูกเพื่อใช้กับเครื่องจักรการเกษตร และบริษัทน้ำมันก็ได้จุดกระจายสินค้าที่มั่นคง

3. เชื่อมโยงกับ “โรงสี/โรงงาน”

ร่วมมือกับโรงสีหรือโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ ในลักษณะ “คู่ค้า” ไม่ใช่ “ลูกไล่”

  • ประโยชน์: มีตลาดรองรับแน่นอน และโรงงานก็ได้วัตถุดิบคุณภาพดีสม่ำเสมอ


🧱 โมเดลความสำเร็จ: “ไม้ซีกที่มัดรวมกัน”

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ “สหกรณ์โคนมหนองโพ” หรือ “ดอยคำ”
เริ่มต้นจากเกษตรกรรายย่อย แต่มารวมตัวกันจนแข็งแกร่ง แล้วเชื่อมโยงกับภาครัฐและเอกชน จนสามารถตั้งโรงงานของตัวเอง มีรถขนส่งของตัวเอง และวางขายในห้างระดับประเทศได้

นี่คือภาพจำลองของ “ไม้ซีก” (เกษตรกรคนเดียว) ที่หักง่าย
แต่พอนำมามัดรวมกันเป็นกำ (เครือข่าย) ก็ไม่มีใครหักลงได้อีกต่อไป


📝 บทสรุป: ด่านสุดท้ายสู่ความมั่งคั่ง

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องปลูกผักเลี้ยงปลาในรั้วบ้านครับ
แต่ปลายทางคือการพัฒนาไปสู่ “นักธุรกิจเกษตรระดับมหภาค”

เมื่อท่านก้าวมาถึงขั้นที่ 3 นี้ได้…

  • ท่านจะไม่ต้องกลัวพ่อค้าคนกลาง

  • ท่านจะไม่ต้องกลัวราคาปุ๋ยแพง

  • ท่านจะมีเพื่อน มีพันธมิตร และมีเกราะป้องกันภัยทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุด

“รวมกันเราอยู่… แยกหมู่เราตาย” ไม่ใช่แค่คำขวัญปลุกใจ แต่มันคือ “กลยุทธ์ความอยู่รอด” ของเกษตรกรไทยในยุคโลกาภิวัตน์ครับ!


“ความสามัคคีปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน… จะทำให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้”King’s Wisdom

ถ้าท่านเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรไทยต้องจับมือกันให้แน่นขึ้น ฝากกดแชร์บทความนี้เพื่อปลุกพลังความสามัคคีด้วยนะครับ! พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *