ขั้น “ทำบุญ & ทำทาน”: ยิ่งให้ยิ่งได้ จิตวิทยาแห่งการแบ่งปันในชุมชน “ขาดทุน… คือกำไร”

0

นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “ขั้น ‘ทำบุญ & ทำทาน’: ยิ่งให้ยิ่งได้” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างการ “พออยู่พอกิน” ไปสู่ “ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน” ตามหลักทฤษฎีใหม่ครับ


Playlist: 👑 King’s Wisdom: ศาสตร์พระราชา & เกษตรทฤษฎีใหม่
ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย


“ปลูกกล้วยเหลือ… ปลูกผักเหลือ… เอาไปขายเลยดีไหม?”

พี่น้องเกษตรกรหลายท่าน เมื่อผ่าน “ขั้นที่ 1” (พึ่งพาตนเองได้ มีกินมีใช้ในครัวเรือนแล้ว) มักจะใจร้อน รีบกระโดดข้ามไปคิดเรื่อง “การขาย” หรือการตลาดทันที

แต่ช้าก่อนครับ! ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงวางลำดับขั้นตอนไว้ลึกซึ้งกว่านั้น ก่อนจะไปเป็นพ่อค้า พระองค์ทรงสอนให้เราเป็น “ผู้ให้” ก่อน

นี่คือ “ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 2” (ขั้นรวมกลุ่ม/สังคม) ที่เริ่มต้นด้วยแนวคิด “ทำบุญ และ ทำทาน”

ทำไมต้องให้ก่อน? ให้แล้วจะได้อะไร? นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็น “จิตวิทยาสังคม” ขั้นสูงที่จะทำให้ท่านมีเกราะป้องกันภัยที่แข็งแกร่งที่สุด วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพามาไขความลับนี้กันครับ


🎁 ทำไมต้อง “ให้” ก่อน “ขาย”? (จิตวิทยาแห่งความเชื่อใจ)

ลองจินตนาการดูนะครับ…
ถ้าเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ปลูกผักเสร็จก็เอามาขายเราทุกครั้งที่เจอหน้า เราจะมองเขาเป็น “พ่อค้า” (ความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์)
แต่ถ้าเพื่อนบ้านอีกคน ปลูกผักเสร็จ แบ่งมาฝากเรากินก่อน เหลือค่อยขาย เราจะมองเขาเป็น “มิตร” (ความสัมพันธ์แบบใจแลกใจ)

ในหลวง ร.9 ทรงเข้าพระทัยเรื่องนี้ดีที่สุด การจะสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง (Community) ต้องเริ่มจากการ “ละลายความเห็นแก่ตัว” ออกไปก่อน

  • ถ้าทุกคนจ้องแต่จะเอา: สังคมจะเกิดการแก่งแย่ง แข่งขัน ตัดราคากันเอง

  • ถ้าทุกคนรู้จักให้: สังคมจะเกิดความเกรงใจ ช่วยเหลือ และสามัคคี


🕊️ แยกให้ออก: “ทำบุญ” vs “ทำทาน”

ในเกษตรทฤษฎีใหม่ พระองค์ให้ความสำคัญกับ 2 คำนี้ ซึ่งมีเป้าหมายต่างกันนิดหน่อยครับ:

1. ทำบุญ (Merit) = บำรุงจิตใจ & ศาสนา

คือการแบ่งปันผลผลิตส่วนเกินให้กับ “สถาบันศาสนา” (วัด, พระสงฆ์, หรือสถานที่ประกอบพิธีตามความเชื่อ)

  • เป้าหมาย: เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี และให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เมื่อคนในชุมชนมาทำบุญร่วมกัน ก็จะได้พบปะพูดคุย เกิดความสามัคคีโดยอัตโนมัติ

2. ทำทาน (Alms/Charity) = บำรุงสังคม & ผู้ยากไร้

คือการแบ่งปันให้กับ “เพื่อนมนุษย์” โดยเฉพาะคนที่ลำบากกว่าเรา หรือแบ่งปันเพื่อนบ้าน

  • เป้าหมาย: เพื่อสร้าง “สวัสดิการสังคม” (Social Safety Net) แบบไม่ต้องรอรัฐบาล

  • ตัวอย่าง: ปลูกข้าวได้เยอะ แบ่งให้บ้านคนชราที่ทำนาไม่ไหว, เอากล้วยเครืองามไปฝากเพื่อนบ้าน, แจกเมล็ดพันธุ์ให้คนทอยากปลูก


💎 กฎแห่งการสะท้อนกลับ: “ยิ่งให้… ยิ่งได้” (Gain through Giving)

พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง “ขาดทุนคือกำไร” (Our loss is our gain) ซึ่งนำมาใช้ในขั้นตอนนี้ได้ชัดเจนที่สุด การที่เรา “เสีย” ของไป (ทำบุญ/ทำทาน) เราจะได้ “กำไร” กลับมาในรูปแบบที่เงินซื้อไม่ได้ คือ:

  1. ได้ “เพื่อนแท้” (Alliance):
    เมื่อเราเป็นผู้ให้ เพื่อนบ้านจะรักและเกรงใจ วันหนึ่งถ้าเราป่วย หรือขาดแคลนแรงงาน เพื่อนบ้านเหล่านี้แหละที่จะมาช่วยเราทันที (นี่คือระบบประกันภัยที่ดีที่สุด)

  2. ได้ “เครือข่าย” (Network):
    การแบ่งปันเมล็ดพันธุ์ หรือกิ่งพันธุ์ ทำให้เกิดการขยายเครือข่ายการผลิต วันหน้าถ้าเรารวมกลุ่มขาย เราก็มีพันธมิตรที่คุยกันรู้เรื่อง ไม่ใช่คู่แข่ง

  3. ได้ “ความสุข” (Happiness):
    ความสุขจากการ “พอ” และ “แบ่งปัน” มันอิ่มใจกว่าความสุขจากการ “กอบโกย” หลายเท่าครับ


🛠️ วิธีเริ่ม “ทำบุญ & ทำทาน” ฉบับเกษตรกร

ไม่จำเป็นต้องรวยถึงจะทำได้ครับ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในสวนเรานี่แหละ:

  1. เหลือจากกิน ค่อยแจก: ยึดหลักทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ให้มั่น กินให้อิ่มในบ้านก่อน เหลือเศษเหลือเลยค่อยนำไปแจก

  2. แจก “วัตถุดิบ”: ไม่ต้องปรุงหรูหรา แค่กล้วย 1 หวี, มะละกอ 1 ลูก, ตะไคร้ 1 กำ นำไปฝากเพื่อนบ้าน หรือถวายวัด

  3. แจก “ความรู้ & พันธุ์พืช”: อันนี้ได้บุญแรงมาก! ใครมีเมล็ดพันธุ์ดี อย่าหวงครับ แจกจ่ายออกไป ยิ่งคนปลูกเยอะ ยิ่งมีความมั่นคงทางอาหาร

  4. ลงแขก (Labor Sharing): การ “ให้แรงงาน” ช่วยกันเกี่ยวข้าว ซ่อมบ้าน ก็ถือเป็นการทำทานด้วยแรงกาย สร้างความสามัคคีได้ดีที่สุด


📝 บทสรุป: ก้าวสู่ขั้นต่อไปอย่างสง่างาม

ขั้นตอน “ทำบุญ & ทำทาน” คือกาวใจที่เชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าด้วยกันครับ

เมื่อเราให้จนเป็นนิสัย สังคมรอบข้างจะเข้มแข็ง ความไว้วางใจจะเกิดขึ้น และเมื่อนั้นแหละครับ เราถึงจะพร้อมก้าวไปสู่ “ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 3” คือการ “ขาย” และ “ทำธุรกิจร่วมกัน” ได้อย่างยั่งยืน

เพราะธุรกิจที่สร้างบนฐานของ “มิตรภาพและการแบ่งปัน” ย่อมมั่นคงกว่าธุรกิจที่สร้างบนฐานของ “ผลประโยชน์และการเอารัดเอาเปรียบ” แน่นอนครับ

“เริ่มให้… ตั้งแต่วันนี้ แม้เพียงเล็กน้อย ก็คือจุดเริ่มต้นของสังคมที่ยิ่งใหญ่ครับ”


“สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุขที่ยั่งยืน”King’s Wisdom

ถ้าท่านเชื่อในพลังแห่งการให้ ฝากกดแชร์บทความนี้เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับสังคมด้วยนะครับ! พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *