น้ำหมักรสฝาด (เปลือกมังคุด/ปลีกล้วย): “ยาแดงประจำสวน” สมานแผลพืช แก้เชื้อรา

0

นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “น้ำหมักรสฝาด (เปลือกมังคุด/ปลีกล้วย)” เน้นการอธิบายที่เข้าใจง่าย เห็นภาพเปรียบเทียบ และเชื่อมโยงกับการพึ่งพาตนเองตามแนวทางศาสตร์พระราชาในการรักษาโรคพืชครับ

Playlist: 👑 King’s Wisdom

ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย

คนเราเวลาหกล้มมีแผลเลือดออก เรายังต้องทา “ยาแดง” หรือ “เบตาดีน” เพื่อฆ่าเชื้อและทำให้แผลแห้งไวๆ ใช่ไหมครับ?

แล้วต้นไม้ล่ะครับ? เวลาเราตัดแต่งกิ่ง เวลาโดนหนอนเจาะลำต้น หรือเวลาโดนเชื้อราเล่นงานจนรากเน่า โคนเน่า… ต้นไม้เขาก็เจ็บและต้องการ “ยาฝาดสมาน” เหมือนกันนะครับ!

ปัญหาคือ ยาแก้เชื้อราเคมีตามท้องตลาดมักมีราคาแพงและเป็นพิษต่อคนใช้

ตามแนวทาง “ศาสตร์พระราชา” พระองค์ทรงแนะให้เรามองหา “สมุนไพรใกล้ตัว” มาใช้ทดแทน วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพาไปรู้จักกับสุดยอด “ยาแดงประจำสวน” ที่ทำได้ง่ายๆ จากขยะเหลือทิ้งอย่าง “เปลือกมังคุด” หรือ “ปลีกล้วย” ครับ

💡 ทำไมต้อง “รสฝาด”? (ความลับของสารแทนนิน)

ในตำราน้ำหมักชีวภาพ “รสฝาด” คือฮีโร่สาย “รักษาและป้องกัน” ครับ

ความฝาดที่เราสัมผัสได้จากเปลือกมังคุด ปลีกล้วย หรือเปลือกแค มันมาจากสารธรรมชาติที่ชื่อว่า “แทนนิน” (Tannin)

ลองนึกภาพเวลาเราเคี้ยวเปลือกกล้วยดิบ มันจะรู้สึกฝาดๆ ตึงๆ ในปากใช่ไหมครับ? เจ้าสารฝาดนี่แหละที่มีฤทธิ์เด็ดขาดมาก:

  1. สมานแผล (Astringent): ช่วยให้ปากแผลของพืชแห้งไวขึ้น เหมือนทากาวปิดปากแผล ทำให้เชื้อโรคเข้าไม่ได้ น้ำยางไม่ไหลซึม
  2. ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย (Antimicrobial): สารแทนนินมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด โดยเฉพาะโรครากเน่า โคนเน่า และโรคแอนแทรคโนส (โรคกุ้งแห้งในพริก)

🌟 วัตถุดิบหาง่าย (อย่าทิ้ง! ของดีทั้งนั้น)

เราสามารถเลือกใช้วัตถุดิบรสฝาดที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นครับ ที่นิยมที่สุดคือ:

  1. เปลือกมังคุด (ราชินีความฝาด): หน้าผลไม้ กินเนื้อเสร็จ อย่าทิ้งเปลือก! นี่คือแหล่งแทนนินชั้นยอดที่เข้มข้นที่สุด
  2. ปลีกล้วย (หาง่ายท้ายสวน): หลังจากกล้วยสุดเครือแล้ว เราต้องตัดปลีทิ้งอยู่แล้ว เอามาทำน้ำหมักได้ดีมากครับ มียางฝาดเยอะ

(นอกจากนี้ยังใช้ เปลือกต้นแค, ใบฝรั่ง, หรือลูกมะเดื่อชุมพร ก็ได้เช่นกันครับ)

🛠️ วิธีทำน้ำหมักรสฝาด (สูตรเข้มข้น)

สูตรนี้เราจะหมักเพื่อดึงสารฝาดออกมาให้ได้มากที่สุดครับ

ส่วนผสม:

  1. วัตถุดิบรสฝาด (เปลือกมังคุด หรือ ปลีกล้วย): 3 กิโลกรัม
  2. กากน้ำตาล (หรือน้ำตาลทรายแดง): 1 กิโลกรัม
  3. ถังหมักมีฝาปิด
    (สังเกตว่าสูตรนี้ไม่เติมน้ำเปล่า เพื่อความเข้มข้นสูงสุดครับ)

วิธีทำ:

  1. หั่น/ทุบ:
    • เปลือกมังคุด: ทุบพอแตก หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    • ปลีกล้วย: สับให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. คลุก: นำวัตถุดิบไปคลุกเคล้ากับกากน้ำตาลในถังให้เข้ากัน น้ำตาลจะค่อยๆ ดึงน้ำฝาดและยางออกจากวัตถุดิบเอง
  3. หมัก: ปิดฝาถัง (แง้มรูนิดหน่อยให้ก๊าซระบาย) วางในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน
  4. เก็บเกี่ยว: เมื่อครบกำหนด จะได้น้ำสีดำเข้ม มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีความฝาดจัด กรองเอาแต่น้ำมาใส่ขวดเก็บไว้ใช้ครับ (กากที่เหลือเอาไปฝังดินเป็นปุ๋ยต่อได้)

🌾 วิธีนำไปใช้ “รักษาต้นไม้”

น้ำหมักสูตรนี้เปรียบเหมือน “ยาหัวเชื้อ” เข้มข้นมาก การใช้มี 2 แบบหลักๆ ครับ:

1. สูตรฉีดพ่นป้องกันและแก้เชื้อรา (ทางใบ/ลงดิน)

ใช้เมื่อเริ่มเห็นใบจุด ใบไหม้ หรือต้องการป้องกันไว้ก่อน

  • อัตราส่วน: น้ำหมักรสฝาด 2-4 ช้อนโต๊ะ (30-60 ซีซี) ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร
  • วิธีการ: ฉีดพ่นทางใบ หรือราดลงดินโคนต้นที่มีปัญหาเชื้อรา
  • ความถี่: ทุก 7-10 วัน

2. สูตรทาแผลสด (เข้มข้นพิเศษ)

ใช้เมื่อตัดแต่งกิ่งใหญ่ หรือขูดแผลที่โดนหนอนเจาะ/เชื้อราเข้าทำลายที่ลำต้น

  • อัตราส่วน: น้ำหมักรสฝาด 1 ส่วน ผสมกับ น้ำเปล่า 1 ส่วน (เช่น น้ำหมัก 1 แก้ว + น้ำเปล่า 1 แก้ว)
  • วิธีการ: ใช้แปรงจุ่มแล้วทาที่ปากแผลโดยตรง
  • ผลลัพธ์: แผลจะแห้งสนิทไวมาก เชื้อราไม่เข้าซ้ำ

📝 บทสรุป: พึ่งพาตนเอง คือความยั่งยืน

การทำ “น้ำหมักรสฝาด” คือการนำภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ใช้ตามแนวทาง King’s Wisdom ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง ลดรายจ่าย

แทนที่จะวิ่งไปซื้อยาเคมีขวดละหลายร้อยบาทเมื่อต้นไม้ป่วย เราสามารถเดินไปหลังบ้าน เก็บของเหลือทิ้งมาสร้าง “ยารักษาโรคพืช” ประจำสวนได้เอง ทั้งประหยัด ปลอดภัย และได้ผลดีอย่างน่าเหลือเชื่อครับ

หน้ามังคุดคราวหน้า… อย่าลืมเก็บเปลือกมาลองทำกันดูนะครับ!

“หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น” (การดูแลรักษาต้นน้ำและดินให้ดี ย่อมนำมาซึ่งผลผลิตที่ดี) — King’s Wisdom

ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ฝากกดแชร์ให้เพื่อนเกษตรกรได้นำสูตรนี้ไปใช้กันเยอะๆ นะครับ! พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *