Blog
ขั้น “เก็บรักษา”: การแปรรูปและถนอมอาหารตามวิถีพอเพียง “เปลี่ยนของสดที่ล้นตลาด ให้เป็นทองคำในขวดโหล”
นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “ขั้น ‘เก็บรักษา’: การแปรรูปและถนอมอาหาร” ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวตามแนวทางศาสตร์พระราชาครับ
Playlist: 👑 King’s Wisdom: ศาสตร์พระราชา & เกษตรทฤษฎีใหม่
ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย
“กล้วยสุกคาต้นกินไม่ทัน… มะนาวล้นตลาดราคาตกเหลือลูกละบาท… จะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็ขาดทุน ทำยังไงดี?”
นี่คือปัญหาคลาสสิกของเกษตรกรไทยครับ เมื่อเราทำเกษตรทฤษฎีใหม่จนมีความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ (ขั้นที่ 1) และแบ่งปันทำบุญทำทานแล้ว (ขั้นที่ 2) สิ่งที่มักจะตามมาคือ “ผลผลิตส่วนเกิน” (Surplus)
ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ มันก็เน่าเสียกลายเป็นขยะ (Waste) แต่ถ้าเรารู้จักศาสตร์แห่งการ “เก็บรักษาและแปรรูป” ของเหลือเหล่านั้นจะกลายเป็น “เสบียงสำรอง” หรือ “สินค้ามูลค่าสูง” ทันที
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นปัญหานี้มาโดยตลอด โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาจึงเต็มไปด้วยโรงงานแปรรูป (นมอัดเม็ด, ผลไม้อบแห้ง) เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า “เกษตรกรต้องไม่ขายแค่ของสด แต่ต้องรู้จักแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า”
วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพามาดูเทคนิคการจัดการผลผลิตล้นตลาด ให้กลายเป็นเงินออมในรูปแบบอาหารกันครับ!
🏺 ทำไมต้อง “เก็บรักษา”? (หัวใจของความมั่นคง)
ในวิถีพอเพียง การเก็บรักษาไม่ได้ทำแค่เพื่อความอร่อย แต่มีเป้าหมายหลัก 3 ข้อ:
-
ยืดอายุ (Security): เก็บไว้กินใน “หน้าแล้ง” หรือยามขาดแคลน (เช่น เก็บหน่อไม้ดองไว้กินตอนหน้าหนาว)
-
เพิ่มมูลค่า (Value Added): กล้วยสดหวีละ 20 บาท แต่พอนำไปตากแห้งชุบช็อกโกแลต หรือทำกล้วยฉาบ อาจขายได้ถึง 50-100 บาท
-
แก้ปัญหาราคาตก (Price Control): ช่วงไหนของออกเยอะ อย่าเพิ่งรีบขายตัดราคากัน เก็บมาแปรรูปไว้ก่อน รอของขาดค่อยเอาออกมาขาย
🛠️ 3 ระดับการถนอมอาหาร (จากภูมิปัญญาสู่อุตสาหกรรมครัวเรือน)
เราสามารถเลือกทำได้ตามความถนัดและทรัพยากรที่มีครับ:
Level 1: พึ่งพาแดดและลม (Natural Preservation)
วิธีที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด คือการใช้พลังงานธรรมชาติ
-
ตากแห้ง: กล้วยตาก, ปลาแดดเดียว, พริกแห้ง, หัวไชโป๊ว
-
รมควัน: ปลาย่างรมควัน (ช่วยกันมอดและแมลงได้ดีมาก)
-
การผึ่ง: เก็บหอม กระเทียม ไว้ในที่ลมโกรก เพื่อยืดอายุ
Level 2: ภูมิปัญญาการหมักดอง (Fermentation)
ใช้วัตถุดิบก้นครัวอย่าง เกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู เพื่อเปลี่ยนสภาพอาหาร
-
ดองเค็ม/ดองเปรี้ยว: ไข่เค็ม, หน่อไม้ดอง, ผักกาดดอง, มะม่วงดอง
-
หมักจุลินทรีย์: ปลาร้า, น้ำปลา, ข้าวหมาก, แหนม
-
เกร็ดความรู้: อาหารหมักดองพวกนี้ คือแหล่ง Probiotics ชั้นดีที่คนโบราณสร้างไว้ให้เราครับ
Level 3: การแปรรูปสร้างมูลค่า (Processing & Packaging)
ยกระดับขึ้นมาอีกนิด ใช้ความร้อนและการปรุงรส เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมขาย
-
กวน/เชื่อม: มะม่วงกวน (ส้มแผ่น), ทุเรียนกวน, กล้วยเชื่อม
-
ทอด/อบกรอบ: กล้วยเบรกแตก, ทุเรียนทอด, ผักอบกรอบ
-
เครื่องดื่ม: น้ำสมุนไพร, น้ำผลไม้พร้อมดื่ม
👑 บทเรียนจาก “โครงการหลวง” (Royal Project Model)
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ “ดอยคำ” ครับ
เมื่อก่อนชาวเขาปลูกมะเขือเทศแล้วขายไม่ได้ ราคาตกต่ำ ต้องเททิ้ง
ในหลวง ร.9 จึงทรงให้ตั้งโรงงานแปรรูป รับซื้อมะเขือเทศมาทำเป็น “น้ำมะเขือเทศดอยคำ” และ “มะเขือเทศอบแห้ง”
ผลลัพธ์:
-
ชาวเกษตรกรมีรายได้แน่นอน ไม่ต้องกังวลเรื่องของเน่าเสีย
-
ผู้บริโภคมีของดีกินตลอดปี
-
เกิดเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้
📝 บทสรุป: ตู้เย็นที่ใหญ่ที่สุดคือ “ปัญญา”
การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ได้จบแค่การปลูกแล้วเกี่ยว แต่ต้องครอบคลุมถึงการ “จัดการหลังการเก็บเกี่ยว” (Post-Harvest Management) ด้วย
ขั้น “เก็บรักษา” นี้ คือเครื่องพิสูจน์ฝีมือของเกษตรกรครับ ว่าเราจะเป็นแค่ “ผู้ใช้แรงงาน” ปลูกของสดขาย หรือจะเป็น “ผู้ประกอบการ” ที่รู้จักใช้ปัญญาเปลี่ยนของเหลือให้เป็นของมีค่า
-
ข้าว เก็บไว้ในยุ้งฉาง คือความอุ่นใจ
-
ปลา เก็บไว้ในไหปลาร้า คือเสบียงโปรตีน
-
ผลไม้ เก็บไว้ในขวดโหลแปรรูป คือรายได้เสริม
เริ่มหัดถนอมอาหารวันละนิด แล้วท่านจะพบว่า… ในสวนของท่าน ไม่มีคำว่า “ขยะ” อีกต่อไปครับ มีแต่ “เงินทอง” ที่รอการแปรรูป
“การถนอมอาหาร… เป็นการประหยัด และทำให้มีบริโภคตลอดปี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง” — King’s Wisdom
ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ลองเดินไปสำรวจในสวนดูนะครับว่ามีอะไรกำลังจะเน่าเสีย แล้วจับมันมาแปรรูปดูสักตั้ง! ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ พบกันใหม่บทความหน้าครับ
