Blog
ขั้น “ทำบุญ & ทำทาน”: ยิ่งให้ยิ่งได้ จิตวิทยาแห่งการแบ่งปันในชุมชน “ขาดทุน… คือกำไร”
นี่คือบทความฉบับสมบูรณ์สำหรับหัวข้อ “ขั้น ‘ทำบุญ & ทำทาน’: ยิ่งให้ยิ่งได้” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างการ “พออยู่พอกิน” ไปสู่ “ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน” ตามหลักทฤษฎีใหม่ครับ
Playlist: 👑 King’s Wisdom: ศาสตร์พระราชา & เกษตรทฤษฎีใหม่
ช่อง: เกษตรศาสตร์: ฉบับเข้าใจง่าย
“ปลูกกล้วยเหลือ… ปลูกผักเหลือ… เอาไปขายเลยดีไหม?”
พี่น้องเกษตรกรหลายท่าน เมื่อผ่าน “ขั้นที่ 1” (พึ่งพาตนเองได้ มีกินมีใช้ในครัวเรือนแล้ว) มักจะใจร้อน รีบกระโดดข้ามไปคิดเรื่อง “การขาย” หรือการตลาดทันที
แต่ช้าก่อนครับ! ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงวางลำดับขั้นตอนไว้ลึกซึ้งกว่านั้น ก่อนจะไปเป็นพ่อค้า พระองค์ทรงสอนให้เราเป็น “ผู้ให้” ก่อน
นี่คือ “ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 2” (ขั้นรวมกลุ่ม/สังคม) ที่เริ่มต้นด้วยแนวคิด “ทำบุญ และ ทำทาน”
ทำไมต้องให้ก่อน? ให้แล้วจะได้อะไร? นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็น “จิตวิทยาสังคม” ขั้นสูงที่จะทำให้ท่านมีเกราะป้องกันภัยที่แข็งแกร่งที่สุด วันนี้ช่องเกษตรศาสตร์ฯ จะพามาไขความลับนี้กันครับ
🎁 ทำไมต้อง “ให้” ก่อน “ขาย”? (จิตวิทยาแห่งความเชื่อใจ)
ลองจินตนาการดูนะครับ…
ถ้าเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ปลูกผักเสร็จก็เอามาขายเราทุกครั้งที่เจอหน้า เราจะมองเขาเป็น “พ่อค้า” (ความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์)
แต่ถ้าเพื่อนบ้านอีกคน ปลูกผักเสร็จ แบ่งมาฝากเรากินก่อน เหลือค่อยขาย เราจะมองเขาเป็น “มิตร” (ความสัมพันธ์แบบใจแลกใจ)
ในหลวง ร.9 ทรงเข้าพระทัยเรื่องนี้ดีที่สุด การจะสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง (Community) ต้องเริ่มจากการ “ละลายความเห็นแก่ตัว” ออกไปก่อน
-
ถ้าทุกคนจ้องแต่จะเอา: สังคมจะเกิดการแก่งแย่ง แข่งขัน ตัดราคากันเอง
-
ถ้าทุกคนรู้จักให้: สังคมจะเกิดความเกรงใจ ช่วยเหลือ และสามัคคี
🕊️ แยกให้ออก: “ทำบุญ” vs “ทำทาน”
ในเกษตรทฤษฎีใหม่ พระองค์ให้ความสำคัญกับ 2 คำนี้ ซึ่งมีเป้าหมายต่างกันนิดหน่อยครับ:
1. ทำบุญ (Merit) = บำรุงจิตใจ & ศาสนา
คือการแบ่งปันผลผลิตส่วนเกินให้กับ “สถาบันศาสนา” (วัด, พระสงฆ์, หรือสถานที่ประกอบพิธีตามความเชื่อ)
-
เป้าหมาย: เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี และให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เมื่อคนในชุมชนมาทำบุญร่วมกัน ก็จะได้พบปะพูดคุย เกิดความสามัคคีโดยอัตโนมัติ
2. ทำทาน (Alms/Charity) = บำรุงสังคม & ผู้ยากไร้
คือการแบ่งปันให้กับ “เพื่อนมนุษย์” โดยเฉพาะคนที่ลำบากกว่าเรา หรือแบ่งปันเพื่อนบ้าน
-
เป้าหมาย: เพื่อสร้าง “สวัสดิการสังคม” (Social Safety Net) แบบไม่ต้องรอรัฐบาล
-
ตัวอย่าง: ปลูกข้าวได้เยอะ แบ่งให้บ้านคนชราที่ทำนาไม่ไหว, เอากล้วยเครืองามไปฝากเพื่อนบ้าน, แจกเมล็ดพันธุ์ให้คนทอยากปลูก
💎 กฎแห่งการสะท้อนกลับ: “ยิ่งให้… ยิ่งได้” (Gain through Giving)
พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง “ขาดทุนคือกำไร” (Our loss is our gain) ซึ่งนำมาใช้ในขั้นตอนนี้ได้ชัดเจนที่สุด การที่เรา “เสีย” ของไป (ทำบุญ/ทำทาน) เราจะได้ “กำไร” กลับมาในรูปแบบที่เงินซื้อไม่ได้ คือ:
-
ได้ “เพื่อนแท้” (Alliance):
เมื่อเราเป็นผู้ให้ เพื่อนบ้านจะรักและเกรงใจ วันหนึ่งถ้าเราป่วย หรือขาดแคลนแรงงาน เพื่อนบ้านเหล่านี้แหละที่จะมาช่วยเราทันที (นี่คือระบบประกันภัยที่ดีที่สุด) -
ได้ “เครือข่าย” (Network):
การแบ่งปันเมล็ดพันธุ์ หรือกิ่งพันธุ์ ทำให้เกิดการขยายเครือข่ายการผลิต วันหน้าถ้าเรารวมกลุ่มขาย เราก็มีพันธมิตรที่คุยกันรู้เรื่อง ไม่ใช่คู่แข่ง -
ได้ “ความสุข” (Happiness):
ความสุขจากการ “พอ” และ “แบ่งปัน” มันอิ่มใจกว่าความสุขจากการ “กอบโกย” หลายเท่าครับ
🛠️ วิธีเริ่ม “ทำบุญ & ทำทาน” ฉบับเกษตรกร
ไม่จำเป็นต้องรวยถึงจะทำได้ครับ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในสวนเรานี่แหละ:
-
เหลือจากกิน ค่อยแจก: ยึดหลักทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ให้มั่น กินให้อิ่มในบ้านก่อน เหลือเศษเหลือเลยค่อยนำไปแจก
-
แจก “วัตถุดิบ”: ไม่ต้องปรุงหรูหรา แค่กล้วย 1 หวี, มะละกอ 1 ลูก, ตะไคร้ 1 กำ นำไปฝากเพื่อนบ้าน หรือถวายวัด
-
แจก “ความรู้ & พันธุ์พืช”: อันนี้ได้บุญแรงมาก! ใครมีเมล็ดพันธุ์ดี อย่าหวงครับ แจกจ่ายออกไป ยิ่งคนปลูกเยอะ ยิ่งมีความมั่นคงทางอาหาร
-
ลงแขก (Labor Sharing): การ “ให้แรงงาน” ช่วยกันเกี่ยวข้าว ซ่อมบ้าน ก็ถือเป็นการทำทานด้วยแรงกาย สร้างความสามัคคีได้ดีที่สุด
📝 บทสรุป: ก้าวสู่ขั้นต่อไปอย่างสง่างาม
ขั้นตอน “ทำบุญ & ทำทาน” คือกาวใจที่เชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าด้วยกันครับ
เมื่อเราให้จนเป็นนิสัย สังคมรอบข้างจะเข้มแข็ง ความไว้วางใจจะเกิดขึ้น และเมื่อนั้นแหละครับ เราถึงจะพร้อมก้าวไปสู่ “ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 3” คือการ “ขาย” และ “ทำธุรกิจร่วมกัน” ได้อย่างยั่งยืน
เพราะธุรกิจที่สร้างบนฐานของ “มิตรภาพและการแบ่งปัน” ย่อมมั่นคงกว่าธุรกิจที่สร้างบนฐานของ “ผลประโยชน์และการเอารัดเอาเปรียบ” แน่นอนครับ
“เริ่มให้… ตั้งแต่วันนี้ แม้เพียงเล็กน้อย ก็คือจุดเริ่มต้นของสังคมที่ยิ่งใหญ่ครับ”
“สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุขที่ยั่งยืน” — King’s Wisdom
ถ้าท่านเชื่อในพลังแห่งการให้ ฝากกดแชร์บทความนี้เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับสังคมด้วยนะครับ! พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ
